สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการแว๊กซ์ขนคิ้วที่บ้าน



ด้วยการที่ร้านเสริมสวยต่างๆต้องปิด ดังนั้น เหล่าคุณผู้หญิงทั้งหลายจึงต้องเรียนรู้การจัดการกับขนคิ้วของตัวเองที่บ้าน ซึ่งอาจจดูยุ่งยาก หากคุณชอบทรงคิ้วที่มีลักษณะแอดวานซ์ หรือหากคุณมักจะไปใช้บริการการแว๊กซ์คิ้วที่ร้าน

ซึ่งเราก็ยังโชคดีที่พวกชุดอุปกรณ์ต่างๆ หรือข้อมูลต่างๆมีมากมาย และเราก็สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งมันสามารถช่วยเราให้ข้ามผ่านช่วงเวลาที่ตึงเครียดนี้ได้ ซึ่งคุณสามารถฝึกใช้ชุดอุปกรณ์เหล่านี้ให้ชินมี ก่อนที่จะเริ่มทำการแว๊กซ์ขนคิ้วของตัวคุณเอง ซึ่งคุณจะสามารถลองผิดลองถูก จนไปถึงสามารถหาอุปกรณ์แบบที่ตัวเองชอบได้ และนี่เหล่านี้ก็เป็นเทคนิคการแว๊กซ์ขนคิ้วต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับขนคิ้วของคุณได้ง่ายขึ้น

เลี้ยงขนคิ้วให้ยาว

ก่อนที่พวกเราจะแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้คุณซื้อ คุณควรปล่อยให้ขนคิ้วของคุณยาวพอเหมาะ เพื่อที่จะทำให้การออกแบบทรงคิ้ว ทำได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณไม่อยากรอนาน คุณก็จะมีความเสี่ยงในการทำพลามากขึ้น ซึ่งความยาวของขนคิ้วที่เหมาะสม ควรมีความยาวประมาณ 1/8 – 1/4 นิ้ว เป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะทำให้การแว๊กซ์ขนคิ้วง่ายขึ้น แต่หากขนคิ้วของคุณสั้นเกินไป มันจะไม่ติดกับแว๊กซ์ และอาจที่ให้เกิดความผิดพลาดได้

นอกจากนี้ ยิ่งความยาวของขนคิ้วยิ่งมาก คุณก็จะยิ่งออกแบบทรงคิ้วที่เป็นธรรมชาติได้หลายทรง ลองคิดดูว่า หากคุณอยากมีทรงคิ้วตรง หรือโค้ง หรือคุณอยากมีคิ้วที่ฟูเต็ม หรือทรงคิ้วบาง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีความเข้าใจในทรง และความหนา โดยที่คุณต้องตระหนักว่า คุณไม่สามารถออกแบบทรงคิ้วรูปแบบใหม่ทั้งหมดได้

หาทรงแว๊กซ์ในแบบคุณ

ในการเริ่มต้นขั้นตอนทั้งหมด คุณควรเริ่มจากการวางดินสอ ในลักษณะตั้งตรง ตรงระหว่างรูจมูกของทั้งสองข้าง แล้วทำเครื่องหมายไว้ตรงเหนือรูม่านตา ซึ่งนั่นจะเป็นจุดโค้งของคิ้วคุณ และตรงหางคิ้ว จะเป็นจุดที่ดินสอบรรจบกับมุมตาด้านนอกของคุณ

ในท้องตลาด มีแว๊กซ์คิ้วรูปร่างต่างๆให้คุณได้เลือก ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ตั้งแต่แบบธรรมชาติ จนไปถึง ทรงที่ใหญ่ และหนา แต่จงจำให้ว่า ทรงคิ้วนั้นควรทำให้ใบหน้าของคุณดูเป็นธรรมชาติ.

วิธีการแว๊กซ์ขนคิ้ว

เริ่มจากส่วนใต้คิ้ว โดยกดแผ่นแว๊กซ์ไปในแนวเดียวกับไรผม แล้วดึงออกในทิศตรงกันข้าม โดยผลลัพธ์จะดีที่สุดถ้าคุณดึงเร็วๆ เพราะหากดึงช้า ขนจะไม่หลุดออกมา

สำหรับมืออาชีพขึ้นมาเล็กน้อย คุณสามารถเริ่มจากการวาดทรงคิ้วที่คุณชอบด้วยอายไลเนอร์ แล้วตามด้วยการทาแว๊กซ์ตรงนอกขอบที่วาดไว้ วิธีนี้จะใช้ได้กับแว๊กซ์ขนิดแข็ง, แว๊กซ์สำหรับผิวบอบบาง, แผ่นแว๊กซ์ที่วางขาย หรือแม้แต่แว๊กซ์น้ำตาลที่ทำเป็น แต่หากแว๊กซ์น้ำตาลฟังแล้วดูน่ากลัวไปนิด คุณก็สามารถซื้อแว๊กซ์ที่มีไว้สำหรับแว๊กซ์คิ้วมาใช้ได้

ชุดคิทอุปกรณ์แว๊กซ์ขนคิ้ว

ชุดคิทนี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้น หรือมันก็ควรค่าแก่การลงทุน หากคุณอยากลองทำเองที่บ้านบ้าง คุณสามารถพิจารณาชุดคิท ที่มีราคาย่อมเยาว์ อย่างเช่น แผ่นแว๊กซ์ยี่ห้อ Nad’s Body Wax Strips ซึ่งเป็นสูตรไฮโปอัลเลอเจนิก ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยรวมไปถึงผิวบอบบาง ซึ่งมันมาพร้อมกับแผ่นแว๊กซ์ 24 แผ่น ซึ่งคุ้มค่ากว่าแบรนด์อื่นๆ ตัวเนื้อแว๊กซ์ที่อ่อนนุ่ม เมื่อถูกลมอุ่นจากไดร์เป่าผม หรือมันก็สามารถใช้ได้ดีโดยไม่ต้องเป่าลมร้อนก็ได้ เพียงแค่ตัดแผ่นแว๊กซ์เป็นรูปทรงคิ้วที่คุณชอบ และสาว Sally Hansen ก็ได้แนะนำตัวแว๊กซ์ผิวหน้า สูตรไร้แผ่นแว๊กซ์อีกด้วย

การจัดรูปทรงคิ้วด้วยดินสอแว๊กซ์

หากคิ้วของคุณต้องการการจัดแต่งทรงเพิ่มเติม จงอย่าใช้มีดโกนเพื่อกำจัดขนเหล่านั้น เพราะมันเสี่ยงที่จะโกนเอาขนออกมากเกินไป ซึ่งดินสอแว๊กซ์ขนคิ้ว ได้ผลิตมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ โดยที่มันมีน้ำหนักเบา เหมาะกับสีผมทุกสี และมันยังช่วยจัดทรงคิ้ว ให้ดูดีมากขึ้นอีกด้วย โดยที่คุณสามารถจะจัดแต่งทรงคิ้วให้หนา ฟู หรือรูปแบบไหนก็ได้ ตามใจชอบ

การดูแลรักษาคิ้ว หลังจากการแว๊กซ์ขน

การดูแลรักษาหลังจากการแว๊กซ์ขนคิ้วนั้นสำคัญพอๆ กับขั้นตอนการเตรียมตัว และขณะแว๊กซ์ ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะทำแบบรวกๆ แล้วทิ้งให้ผิวตรงคิ้วเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เรียบร้อยแบบนั้น คุณสามารถใช้เจล หรือออยล์ เพื่อให้ผ่อนคลาย ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อให้คุณเลือก หรือคุณก็สามารถทำเจลใช้เองที่บ้านก็ได้ โดยสามารถทำจากว่านหางจระเข้ หรือวัตถุดิบธรรมชาติ ที่มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลาย อย่างชาเขียวได้ โดยคุณควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม หลังจากที่คุณแว๊กซ์คิ้วเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

พวกเราหวังว่าเคล็ดลับต่างๆเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์แก่การดูแลรักษาความงามของคุณ และยังสามารถป้องกันไม่ให้ขนคิ้วของคุณรกรุงรัง ซึ่งเมื่อเราสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้ คุณก็ยังดูสวยเหมือนเพิ่งออกมาจากซาลอนอีกครั้ง