นมยูเอชทีคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร



พาสเจอไรซ์ เป็นชื่อของกระบวนการหนึ่งในการผลิตนมมานานแล้ว ในโลกสมัยใหม่ เพื่ออนามัยและสุขภาพของผู้คน นักวิทยาศาสตร์พบว่า นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหลังจากการรีดนมจากวัว, แพะ หรือแกะนั้น จุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และสปอร์ต่างๆ สามารถเจริญได้ในนมเหล่านั้น และยังทำให้คนดื่มตายได้ ซึ่งกระบวนการพาสเจอไรซ์แบบปกติ สามารถฆ่าเชื้อส่วนใหญ่ได้ แต่ไม่ทั้งหมด และอะไรคือวิธีแก้ไขล่ะ? เรามาทำความรู้จักกับนมยูเอชทีกัน

คำว่า UHT ย่อมาจาก ultra-heated ซึ่งเป็นนมที่มีอายุถึง 6 ถึง 9 เดือน ซึ่งเป็นนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าการพาสเจอไรซ์ปกติ จึงทำให้ยืดอายุการเก็บนมได้มากขึ้น เนื่องจากคุณสมบัติที่สามารถเก็บได้นานนี้ คุณเลยไม่ต้องเก็บนมเหล่านี้ในตู้เย็นเหมือนนมประเภทอื่นๆ

บริษัท Parmalat เป็นบริษัทผู้ผลิตนมแห่งแรก ที่โปรโมทว่านำเทคโนโลยี UHT มาใช้ในการผลิตนม และในช่วงแรกที่โปรโมท ซึ่งเป็นช่วงประมาณปี ค.ศ. 1990 ผู้คนก็ยังมีความสงสัยในผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ต้องแช่เย็นนี้ ซึ่งก็เป็นเพียงบางกลุ่มเท่านั้น – ผู้คนส่วนใหญ่นิยมดื่มนมที่แช่เย็น ในปัจจุบัน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีที่อยู่บนชั้นวางสินค้าในห้างนั้น แม้ไม่ต้องมีการโฆษณา ผู้คนก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ต้องแช่เย็น ซึ่งนมส่วนใหญ่ที่วางขายในอเมริกานั้น เป็นนมยูเอชทีแทบทั้งนั้น

และนี่เป็นประโยชน์จากการดื่มนมยูเอชที:

1. ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การที่ไม่ต้องแช่เย็น พวกเราส่วนใหญ่มีที่ที่จำกัดในตู้เย็น และการที่นมเหล่านี้สามารถเก็บได้ถึง 6 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็นนั้น เป็นประโยชน์ที่น่าประทับใจมาก ซึ่งมันไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วได้เทนมในซีเรียล โดยไม่ต้องคำนึงถึงวันหมดอายุของนมอีกต่อไป

2. นอกจากอเมริกาแล้ว นมยูเอชทีก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีน และในยุโรปด้วย ซึ่งพวกเขาคงจะหัวเราะเยาะ หากมีคนยังมีความคลางแคลงใจในสุขอนามัยของนมยูเอชทีเพราะพวกเขาเห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

3. หนึ่งในเหตุผลใหญ่ๆ ที่คนจีนหันมาดื่มนมยูเอชทีกันมากขึ้น เพราะเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมานี้ มีข่าวเรื่องการใช้สารเมลามีนในนมผง ซึ่งทำให้เด็กทารกในประเทศจีนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากสารปนเปื้อนในนมผงนี้

4. คนที่มีอคติกับนมยูเอชทีมักจะกล่าวว่า กระบวนการยูเอชทีนั้น จะไปทำลายเอนไซม์ต่างๆในนม แต่องค์กรเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการหลายครั้งแล้วว่า เอนไซม์ต่างๆในน้ำนมดิบนั้น ไม่ได้มีประโยชน์ต่อมนุษย์มากนัก ดังนั้นเราจึงจะไม่เสียหายอะไรไปเลย

5. การบรรจุภัณฑ์, การจัดเก็บ และการขนส่งนั้น ประหยัดกว่านมที่ไม่ใช่นมยูเอชทีเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่จำเป็นจะต้องแช่เย็น หลังจากการผลิต, การขนส่ง หรือเมื่อผลิตภัณฑ์ไปถึงร้านแล้ว งบประมาณจะถูกกว่ามาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม มันจะช่วยให้รัฐบาลหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ประหยัดงบประมาณไปได้มาก

6. บรรจุภัณฑ์ของนมยูเอชทีมักจะใหญ่กว่านมประเภทอื่น ซึ่งจะช่วยให้เก็บนมได้นานกว่า

7. ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่สูงกว่า เนื่องจากนมยูเอชทีมีวาล์ว D และ Z ซึ่งกระบวนการผลิตจะใช้เวลาน้อยกว่า เนื่องจากอุณหภูมิที่สูง จึงทำให้นมสามารถรักษาสารอาหาร และรสชาติที่ดีได้

8. น้ำนมดิบจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายอาศัยอยู่ ซึ่งการดื่มนมยูเอชที จะมีความเสี่ยงน้อย และปลอดภัยจากสารเคมี อย่างเช่น เมลามีน ที่เคยเป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อน

9. สารอาหารจำพวก แคลเซียม, โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ในนม จะไม่ถูกทำลายในกระบวนการยูเอชที ซึ่งร่างกายของเราต้องการสารอาหารในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา ดังนั้นสารอาหารในนมยูเอชทีนี้ ถือว่าเป็นของแถมได้ดีเลยทีเดียว

10. นมยูเอชทีจะมีรสชาติที่หวานกว่านมประเภทอื่น และยังมีสีขาวที่บริสุทธิ์กว่าด้วย ซึ่งปัจจัยข้อนี้ สามารถดึงดูดให้นมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวของพวกเราแล้ว เราชอบความหวานธรรมชาติในนม ดังเช่นเด็กส่วนใหญ่ ดังนั้น มันจึงทำให้การดื่มนมของเด็กในแต่ละวันนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

11. สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ ว่าจะบริโภคแบบไหนดี นมยูเอชทีออร์แกนิค ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในท้องตลาด ปราศจากสารเคมี, ฮอร์โมนเร่งต่างๆ และโลหะหนัก อีกทั้ง ความที่เป็นออร์แกนิคนั้น น้ำนมที่ได้ จะมาจากแม่วัวที่มีสุขภาพดี ที่มาจากฟาร์มที่ปลอดสารพิษ และด้วยข่าวที่ไม่ดีต่างๆเกี่ยวกับอาหารรอบตัวคุณในแต่ละวัน ตัวเลือกนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด