เคล็ดลับเพื่อการอยู่รอด ในการทำงานจากที่บ้าน ร่วมกับคนในครอบครัวของคุณ



การทำงาน โดยใช้บ้านเป็นออฟฟิศ เป็นสิ่งที่ไม่เลวเลย แล้วการเอาตัวรอดจากการทำงานร่วมกับคนรักของคุณในที่ทำงานเดียวกันล่ะ? ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แตกต่าง หลายๆคนที่นี่มีกิจวัตรในขณะที่เราทำงานไม่เหมือนกัน และการที่จะต้องมีคนรัก หรือคู่ของคุณอยู่ในสถานที่เดียวกันนั่น อาจเป็นสิ่งที่ยาก และวิธีเหล่านี้ เป็นวิธีที่จะทำให้คุณอยู่รอด จากการทำงานที่บ้าน ที่แวดล้อมไปด้วยคนในครอบครัวของคุณ โดยที่ไม่เป็นการเพิ่มความตึงเครียดในความสัมพันธ์

1. ทำงานในพื้นที่ต่างๆ  ของบ้าน

แม้ว่าคุณจะไม่ได้มีห้องที่สอง ที่หรูหราในบ้าน การทำงานจากที่ต่างๆในบ้าน จะทำให้คุณทำงานได้มากจึ้น หากคุณทำงานจากที่ต่างๆนี้แล้ว คุณจะไม่อารมณ์เสียกับอีกคนหนึ่ง หากคุณเบื่อหน่ายกับเพื่อนร่วมงานระหว่างวัน คุณสามารถไปแฮงค์เอาท์หลังจากเลิกงานได้ แต่สำหรับคนในครอบครัวแล้วนั้น หากคุณเบื่อหน่ายกันและกัน การแฮงค์เอาท์ก็ไม่สามารถช่วยได้                                                                                                   

2. สวมหูฟังขณะทำงาน

มันเป็นที่ที่ง่ายมากที่คุณจะวอกแวก ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าของบางคน เสียงฮัมเพลง หรือเสียงการพิมพ์ที่ดัง ซึ่งมันเพียงพอที่จะทำให้คุณอารมณ์เสียไปับอีกคนได้ เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ คุณควรที่จะลงทุนกับหูฟังดีๆสักคู่ ซึ่งคุณจะไม่ต้องทนฟังเพลงที่ไม่มีรสนิยมของอีกคน และยังทำให้คุณอยู่ในโลกของคุณด้วยหูฟังที่ตัดเสียงรบกวนต่างๆ

3. ตั้งนาฬิกาปลุกสำหรับเวลาว่าง

เมื่อหมดวันแล้ว ก็ถือว่างานสิ้นสุด ไม่ต้องเครียดอีกต่อไป – คุณก็สามารถระบายให้กับคู่ของคุณเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานของคุณได้ แต่เดี๋ยว…. ในสถานการณ์นี้ พวกเขาเป็นคนๆเดียวกัน เมื่อทำงานเสร็จแล้ว คุณควรวางคอมพิวเตอร์ลง ปิดอีเมล์ และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นเสื้อผ้าที่สบาย เปลี่ยนโหมดจากโหมดทำงานเป็นโหมดสบายๆอยู่บ้าน 

4. ออกไปเดินเล่นบ้าง

หากอีกคนหนึ่งกำลังทำให้คุณหัวเสีย แทนที่คุณจะหยุดพักแล้วดื่มกาแฟ (เพราะเขาคนนั้นก็ยังอยู่ตรงนั้น) คุณควรออกไปเดินเล่นสักพัก ซึ่งมันเป็นการให้ระยะห่างระหว่างคุณและอีกบุคคลหนึ่งที่คุณอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ทำให้คุณผ่านพ้นวันของคุณไปได้ด้วยดี และยังเป็นเวลาที่ทำให้คุณได้อยู่กับตัวคุณเองอีกด้วย

5. ระลึกไว้ว่า ความรักของคุณแข็งแรงอยู่เสมอ

คุณควรเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าคุณรักคนๆนี้ แม้ว่าจะต้องมีช่วงเวลาที่น่ารำคาญบ้างก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าคุณอาจจะต้องเผชิญกับมุมใหม่ๆของเขา แต่ไม่มีใครที่จะเพอร์เฟคเสมอไป และคุณพิจารณาว่าคู่ของคุณไม่ใช่คนที่ผิดเพียงคนเดียวในมุมนี้

6. หากคุณทำงานในเวลาที่ต่างกัน คุณควรเคารพในสิ่งนั้น

ไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการที่คู่รักของคุณดูดฝุ่นขณะที่คุณกำลังประชุมผ่าน Skype หรือส่งเสียงรบกวนอื่น ๆ ที่ทำให้คุณพลาดการรับสาย  หากคุณไม่ได้ทำงานในเวลาเดียวกัน คุณควรเคารพในความเป็นมืออาชีพของกันและกัน อย่าขอให้คู้ของคุณทำงานบ้าน เพียงเพราะพวกเขาอยู่บ้าน เพราะเขาได้เปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศทำงานของเขา ซึ่งมันเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนบุคคล

7. หยุดพูดเกี่ยวกับ COVID-19

ด้วยการที่ข่าวทั้งหมดถูกครอบคลุมไปด้วยเรื่องของโรคโควิด 19 ไม่ว่าจะเป็นหน้าของโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเป็นการก่อให้เกิดความเครียด และความตื่นตระหนกต่างๆ มันเป็นการดีที่คุณจะติดตามข่าวสารความเป็นไปของวัน แต่คุณควรจะจำกัดการรับรู้ข่าวสารของโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ เพราะการที่เราโฟกัสกับมันมากเกินไป จะทำให้การทำงานจากที่บ้านร่วมกับคู่ชีวิตของคุณเป็นไปด้วยความตึงเครียด หลังจากการทำงาน คุณควรที่จะดื่มด่ำกับการดูหนังผ่าน Netflix หรือเต้นรำในบ้าน เพื่อหยุดการวิตกกังวลที่มากเกินไป 

8. หากคุณมีลูก คุณแบ่งปันความรับผิดชอบกับคู่รักของคุณ

นอกเหนือจากการรบกวนกันด้วยการเกี่ยงภาระงานบ้านให้อีกคนหนึ่งแล้ว ยังจะต้องมีเด็กเล็กที่จะต้องดูแลอีก ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากโรคระบาดครั้งนี้ ซึ่งแทนที่จะกังวลเกี่ยวกับการทำจะต้องสร้างความบันเทิงให้พวกเขาอย่างไร คุณสามารถแสดงคุณค่าของการทำงานอย่างหนักให้ลูกๆของคุณได้เห็น คุณได้ให้ความรัก ที่พักพิง และอาหารแก่พวกเขาระหว่างนี้ ดังนั้นสิ่งเล็กๆที่พวกเด็กๆทำได้เพื่อตอบแทนคือ การนำขยะไปทิ้ง พาสุนัขไปเดิน ซักผ้า หรืออย่างน้อยๆก็ทำลิสต์การซื้อของเข้าบ้าน หากคุณไม่มีลูก คุณก็ควรแบ่งหน้าที่การทำงานบ้านให้เท่าเทียมกัน

9. รับฟังความกังวล และหมั่นเช็คสุขภาพจิตของกันและกัน

คุณควรปรึกษาว่าคุณรู้สึกอย่างไรจากการที่ทำงานจากที่บ้านด้วยกัน อะไรที่ดี หรืออะไรี่ไม่ดี หรือมีสิ่งสำคัญที่คุณขาดตกบกพร่องไปหรือไม่ ซึ่งบทสนทนาที่ชัดเจนเหล่านี้ มีประโยชน์มาก และจะไม่สร้างความกังวลให้กับคู่ของคุณเลย รับฟังในความตระหนกของคนรักของคุณ (ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่ตื่นตระหนกสำหรับทุกคน) และช่วยปรับทุกข์ให้เขา ซึ่งจะช่วยให้คู่รักของคุณรู้สึกดีขึ้น – การรับรู้ซึ่งกันและกันคือทุกสิ่ง เพราะมันจะเป็นความตั้งใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณ เพื่อคนที่คุณรัก

10. รู้สึกขอบคุณกับสิทธิพิเศษ และความโชคดีที่คุณมี

ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสได้ทำงานจากที่บ้านในเวลานี้ สำหรับคู่รักที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พวกเขาถูกบังคับให้ต้องแยกจากกันเป็นสัปดาห์ สำหรับคู่รักที่ต้องถูกแยกจากกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้ทำงานจากที่ที่ปลอดภัย ในระหว่างการระบาดของโรคโควิดนี้ ลองนึกถึงผู้คนที่ทำงานในสายสุขภาพ, คนขับรถบรรทุก, แคชเชียร์ และคนอื่นที่ต้องทำงานที่พื้นที่เสี่ยง เพื่อที่จะช่วยให้สังคมปลอดภัย ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุดที่คุณจะเผชิญ ก็มีเพียงแค่การที่จะต้องจัดการกับความรำคาญที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคุณกับครอบครัวของคุณเพียงเท่านั้น ซึ่งพวกเราโชคดีกว่าคนพวกนั้นมาก