10 สิ่งที่ภาพยนตร์มักทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการคลอดลูก



ผู้คนอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดลูก และสื่อต่างๆ ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เราเข้าใจได้ถูกต้องในบางครั้ง และภาพยนตร์ส่วนใหญ่ก็สื่อสารผิดไปหมด และนี่ก็เป็นสิ่งที่สื่อทั้งหลายมักสื่อสารผิดเกี่ยวกับขั้นตอนการมีลูก

1. การตั้งครรภ์ในช่วงวัยกลางคนนั้นดีที่สุด

หากคุณเคยเห็นลูกของ Bridget Jones ที่เธอมีลูกตอนอายุของเธอเริ่มมากแล้ว แต่ความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มักมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า ซึ่งหากปราศจากความช่วยเหลือจากแพทย์ การที่มีอายุมาก ก็จะยิ่งมีปัญหากับคุณภาพของไข่ ที่จะยิ่งทำให้การตั้งครรภ์นั้นยากขึ้นไปอีก

2.การแท้งลูก มักเป็นความผิดของฝ่ายหญิง

เหตุผลนี้ ดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติกันไปหน่อย ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เพราะในการตั้งครรภ์นั้น ต้องอาศัยทั้งปัจจัยจากผู้หญิงและผู้ชาย การแท้งลูกนั้น มีปัจจัยมาจากฝ่ายชาย 30% แล้วทำไมฝ่ายหญิงจึงต้องเป็นฝ่ายถูกทำให้ผิดในภาพยนตร์ต่างๆล่ะ

3. หากมีลูกกับผู้ชายที่ใช่ แล้วทารกที่ได้ ก็จะเป็นไปแบบในฝัน

คุณอาจจะเคยเห็นผู้หญิงในภาพยนตร์ที่ฟรีซไข่ของตัวเองไว้ ขณะที่ยังเป็นโสด แต่เราไม่เคยเห็นภาพยนตร์ไหนเลย ที่สื่อในเรื่องของผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เพราะเป็นสิ่งที่ปกติมากๆในปัจจุบัน  

4. เธอมักมีอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง

แทนที่เราจะได้เห็นบุคลิกที่แท้จริงของเธอ ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปกับการตั้งครรภ์ของเธอ ในภาพยนตร์มักสื่อให้เราเห็นว่า เธอเหล่านั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งมันทำให้เรามองพวกเธอผิดไปมาก

5. ในขณะที่กำลังคลอดลูกนั้น แค่เบ่งออกมา ทารกก็ออกมาแล้ว

แพทย์หลายคนเชื่อว่า การที่แม่มีสติรู้ตัวตลอดเวลานั้น จะทำให้สามารถเชื่อมโยงกับทารกที่กำลังจะเกิดได้ ดังนั้น การกรีดร้อง และการบีบเกร็งของเข่าและมือนั้น ไม่ได้ทำให้การคลอดลูกนั้นง่ายขึ้นเลย ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ผู้หญิงจะมีโครงสร้างร่างกาย และความเข้มแข็งที่สร้างมาเพื่อกับกระบวนการให้กำเนิดอยู่แล้ว

6. การตั้งครรภ์นั้น ใช้เวลาเพียงดีดนิ้ว

หลายคู่ต้องพึ่งวิธีทางการแพทย์ เช่นการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อพยายามให้มีลูก แต่ในภาพยนตร์นั้น ดูเหมือนว่าจะตั้งครรภ์ได้อย่างง่ายดายตั้งแต่แรก หรือตั้งครรภ์โดยอุบัติเหตุ ซึ่งข้อหลังนี้ก็อาจจะเป็นจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้เสมอไป การมีลูกนั้น เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต้องพยายามอย่างหลายปี แต่ในภาพยนตร์นั้น สื่ออย่างตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

7. แพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ มักปรากฏตัวในช่วงคับขันเท่านั้น

ในภาพยนตร์นั้น เราจะไม่ได้เห็นสามีอยู่ในช่วงเวลาคลอด ทิ้งไว้แต่ภรรยา กับคนอื่นๆ ซึ่งทุกครั้งที่เราเห็นพยาบาลผดุงครรภ์ในนั้น เราก็จะได้เห็นเฉพาะช่วงเวลาที่ฉุกเฉินเท่านั้น แต่ในจริงๆแล้ว การคลอดลูก ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินบ่อยขนาดนั้นบ่อยเสมอไป

8. ฉากการคลอดลูก ดูเป็นสิ่งที่น่ากลัว

จริงอยู่ที่การคลอดลูกไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่ในภาพยนตร์ต่างๆนั้น มักสื่อให้เห็นว่า ประสบการณ์การคลอดลูกนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่จริงๆแล้วการคลอดลูกนั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการวางยานอนหลับเพื่อทำการผ่าตัด แต่แม้ว่าการคลอดธรรมชาตินั้น มันเจ็บปวด แต่มันไม่ได้ทรมานมากขนาดที่ว่าจะทนไม่ได้เลยแบบที่ภาพยนตร์หลายๆเรื่องสื่อ

9. การบีบตัวของมดลูกจะมาก่อน และทารกจะออกมาตาม

ในภาพยนตร์ที่เอ่ยถึงการคลอดลูกนั้น บ่อยครั้งที่แม่เจ็บท้อง แล้วทารกก็จะคลอดตามมา แต่สูตินรีแพทย์กล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเท่าไหร่ ที่ถุงน้ำคร่ำของแม่แต่ แล้วการบีบตัวของมดลูกจะตามมา เพราะการบีบตัว สามารถเกิดก่อนการแตกของถุงน้ำคร่ำ หรือช้ากว่าเป็นชั่วโมง, หลายวัน, หรือหลายอาทิตย์ก็ได้

10. ผิวพรรณของแม่ที่ผ่องใส และใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางระหว่างตั้งครรภ์

แม้ว่าจะพวกดาราจะไม่ได้แต่งหน้า แต่พวกเธอดูเหมือนนางแบบมากกว่าที่จะเป็นคุณแม่ที่คลอดลูก มันคงจะดีถ้าภาพยนตร์ต่างๆสื่อให้เหมือนจริงสักหน่อย ผู้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย บางคนมีปัญหาด้านผิวพรรณ เป็นสิว หรือมีสีผิวที่คล้ำขึ้น รวมถึงการมีเส้นดำคล้ำที่หน้าท้อง แต่เราไม่เคยได้เห็นในภาพยนตร์เลย