ผลข้างเคียงของกะทิ



ในอาหารไทย รวมไปถึงขนมไทยต่างๆ ล้วนแต่มีส่วนผสมของกะทิแทบทั้งนั้น เนื่องจากบ้านเราเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของมะพร้าว ดังนั้น คนไทยจึงประยุกต์ และทำผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากมะพร้าว และกะทิ ก็เป็นหนึ่งในผลิตผลจากมะพร้าว ที่คนไทยนิยมทำมาทำอาหารนั่นเอง แต่เมื่อบริโภคกะทิมากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เนื่องจากในกะทิปริมาณไขมันสูง และสาเหตุนี่เอง ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

น้ำมันในกะทิอาจทำให้ปริมาณคลอเรสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวที่ได้จากกะทิประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวอีกปริมาณเล็กน้อย แม้ว่าจากผลการวิจัย พบกว่ากรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าวสามารถลดปริมาณไขมันร้าย และเพิ่มปริมาณไขมันดี ทั้งยังมีฤทธิ์เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะกรดไขมันชนิดของน้ำมันมะพร้าวนี้ มีโครงสร้าง และเป็นประเภทเดียวกับกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังถือว่าน้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยไขมันจำนวนมาก ซึ่งถ้าบริโภคมากเกินพอดี อาจส่งผลทำให้ปริมาณคลอเรสเตอรอลในร่างกาย เพิ่มสูงขึ้นได้

อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหัวใจ

ผลข้างเคียงข้อนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากปริมาณคลอเรสเตอรอลในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดไขมันสะสม และสามารถเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ ถ้าท่านบริโภคน้ำมันมะพร้าวเกินความพอดี

กะทิอาจทำให้เกิดสิวในผู้ที่มีสภาพผิวมัน

กะทิ ถูกนำมาใช้รักษาภาวะการอักเสบของผิวหนังมากขึ้น เนื่องจากมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งยังสามารถช่วยลดอาการเกิดสิวได้ แต่นั่นสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีสภาพผิวแห้ง จนถึงผิวธรรมดาเท่านั้น เพราะในผู้ที่มีสภาพผิวมัน จะยิ่งทำให้เกิดภาวะอุดตันมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสิวในผู้ที่มีสภาพผิวมันได้

ดังนั้น หากต้องการลดความเสี่ยงของผู้ที่มีผิวมัน จึงขอแนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกะทิกับผิวโดยตรง แต่สามารถนำน้ำมันมะพร้าวไปผสมกับผลิตภัณฑ์ทาผิวที่อ่อนโยนได้

การบริโภคกะทิอาจทำให้เกิดภาวะท้องเสียได้

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวในกะทิ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค ซึ่งในความหมายของเชื้อโรคนี้ หมายรวมถึงเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารด้วย ซึ่งในการบริโภคน้ำมันมะพร้าวมากเกินไป สารที่สามารถฆ่าเชื้อนี้ สามารถไปทำลายจุลินทรีย์ชนิดดี ที่ช่วยในการย่อยอาหารของเรา และอาจก่อให้เกิดภาวะท้องเสียได้

การบริโภคกะทิ อาจก่อให้เกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้

จากการสำรวจ พบว่ามีคนจำนวนมากรู้สึกไม่สบายท้อง มีอาการท้องอืด ท้องเสีย และคลื่นไส้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจาก สารฆ่าเชื้อในกะทิ สามารถทำลายจุลินทรีย์ชนิดดีในระบบทางเดินอาหาร ทำให้การย่อยอาหารทำให้ได้ไม่ดี ประการที่สอง คือ ผู้คนส่วนใหญ่ ไม่คุ้นชินกับการบริโภคไขมันจำนวนมากในเวลาอันสั้น จึงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และประการสุดท้ายคือ อาการแพ้มะพร้าว ซึ่งในหลายคนอาจพบว่า ขาดเอนไซม์ที่จำเป็นในการสลายสารประกอบในมะพร้าว ทำให้อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายท้องหลังการบริโภคน้ำมันมะพร้าว